รายละเอียด
เรื่องตลก
นวนิยายเรื่องแรกของมิลาน คุนเดอรา
คนคนหนึ่งสามารถละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยศรัทธาเพียงเพราะถูกหยามหมิ่นเท่านั้นเองหรือ ?
ลุดวิก ปัญญาชนเจ้าความคิดและเจ้าความแค้น กลับมายังเมืองบ้านเกิดในโมราเวียเพื่อสะสางเรื่องค้างคาใจในวันวาน ที่นั่น เขาได้พบสหายเก่า คู่อาฆาต ดนตรีที่เคยเชื่อมั่น และหญิงสาวจากอดีตอันไกลโพ้น
เมื่อกงล้อประวัติศาสตร์เบือนบิดความคิดฝันผู้คนจนผันไปไม่เหลือเค้า เรื่องล้อเล่นเปลี่ยนแปรเป็นบาดแผล ความแค้นเคืองผลักไสให้จิตใจกลัดหนองระหกระเหินรอนแรมด้วยแรงพยาบาท แผนแก้เผ็ดรสขมกลับกลายเป็นทั้งบทโศกและเรื่องตลก
แรงจูงใจจากก้นบึ้งที่ผลักดันให้คุณทำความดีไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความเกลียดชัง ! ความเกลียดชังต่อผู้คนที่เคยทำร้ายคุณ ต่อผู้คนที่ยกมือลงโทษคุณในหอบรรยายวันนั้น ! วิญญาณของคุณไม่รู้จักพระเจ้าและจึงไม่รู้จักการให้อภัย คุณโหยหาการแก้แค้น คุณคิดว่าผู้คนที่ทำร้ายคุณในตอนนั้นก็เป็นพวกเดียวกับที่ทำร้ายคนอื่นในตอนนี้และคุณแก้แค้นพวกเขา ใช่ แก้แค้น ! คุณมีแต่ความเกลียดชังแม้เมื่อคุณช่วยเหลือคนอื่น ผมรู้สึกได้ว่ามันไหลเยิ้มออกมาจากตัวคุณ รู้สึกได้ในทุกคำพูดที่คุณเปล่งจากปาก แต่ความเกลียดชังจะผลิตผลอะไรถ้าไม่ใช่ความเกลียดชังตอบ สายโซ่ของความเกลียดชังไม่รู้จบ ? คุณมีชีวิตในนรก ลุดวิก ผมขอย้ำ คุณมีชีวิตในนรกและผมสงสารคุณ
รักชวนหัว
คุณจะได้รู้ว่า คนเราไม่มีความเป็นมนุษย์มากพอ หรือไม่ก็คุณต่างหากที่ไม่รู้ว่ามนุษย์เป็นอย่างไร ไม่มีใครหัวเราะหรอก ถ้าคุณเล่าให้ทุกคนฟังว่าเรื่องทั้งหมดเป็นมาอย่างไร
รวมเรื่องสั้น 7 เรื่องราวของความรักที่คล้ายว่าน่าขันแต่ชวนขื่น บนพื้นฐานของชีวิตจริงจังหากดำเนินอย่างเรื่องเล่น สหายอาจารย์พัลวันซ่อนตัวจากชายน่าสงสาร พ่อเสือผู้ออกล่าสาวเพียงเพื่อได้ออกล่า เกมโบกรถของคู่รักที่เลยเถิด ซิมโพเซียมอลเวงในห้องพักแพทย์ หนุ่มใหญ่หัวใกล้ล้านกลับมาพบหญิงในฝันอีกคราวยามโรยรา คุณหมอสูงวัยอาศัยแสงไฟภรรยาดาราสาว หนุ่มคอมมิวนิสต์ไร้พระเจ้าเข้าโบสถ์เพื่อจีบหญิง
บทสำรวจความรัก เกมฟุ้งซ่าน วิจิตรกามา และจินตนาการพิเรนทร์ แสนครื้นเครงคมคาย ทว่าชวนหัวพอจะชวนชีวิตให้หวนไห้ กามารมณ์ทีเล่นที่เสี่ยงทำลายความสัมพันธ์ทีจริง ความรักดั่งการละเล่นสรวลเสจะยังเฮฮาได้หรือไม่ ในโลกที่ไม่มีใครหัวเราะกับเรื่องจริงจัง
- ไม่มีใครหัวเราะ
- ผลแอปเปิลทองแห่งความใคร่ไม่รู้จบ
- เกมโบกรถ
- ซิมโพเซียม
- คนตายเก่าจงหลีกทางให้คนตายใหม่
- ดร. ฮาเวลเมื่ออีกยี่สิบปีให้หลัง
- เอดุอาร์ดกับพระเจ้า
ถ้าให้ต้องนิยามตัวเอง คงบอกว่าผมคือพวกสุขนิยมที่ติดหล่มอยู่ในโลกที่หมกมุ่นเรื่องการเมืองระดับสุดโต่ง ซึ่งก็คือสิ่งที่เห็นและเป็นไปดังทึ่ผมเขียนถึงในเล่ม ‘รักชวนหัว’ หนังสือตัวเองที่ผมรักชอบที่สุด เพราะมันสะท้อนช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ซึ่งก็ประจวบเหมาะอย่างออกจะพิกล เพราะผมเขียนเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายในเล่มเสร็จ (หลังจากอยู่กับมันมาตลอดช่วงทศวรรษที่ 60) เพียงสามวันก่อนรัสเซียจะบุกเข้ามา
เมื่อฉบับแปลภาษาฝรั่งเศสออกมาในปี 1970 นักวิจารณ์จัดมันไว้ในขนบของ enlightenment ผมปลาบปลื้มกับการเปรียบเทียบนี้ และอยากจะรับรองด้วยใจเริงแรงว่าผมเขียนด้วยความรักต่อศตวรรษที่ 18 เช่นที่ผมรักดิเดโรต์ หรือถ้าพูดให้ชัดกว่านี้คือผมรักนิยายของเขา หรือเอาแบบตรงไปตรงมาคือผมรัก Jacques le Fataliste
มิลาน คุนเดอรา
“รักชวนหัว” คือความรักที่ลอดทอนภาพของความหนักหน่วงจริงจังแบบที่เราคุ้นเคยยามพูดหรือนึกถึงความรัก รักกันปานจะกลืนกิน รักเดียวใจเดียว รักกันจนวันตาย รักต้องสู้ รักที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตา ฯลฯ เรามักคุ้นเคยว่า ความรักคือความจริงจังที่คนเราต้องอุทิศให้หรือให้ความสำคัญ
“รักชวนหัว” ตั้งคำถามและเสนอภาพของความรักที่ลดทอนความจริงจังเหล่านี้ ความรักยังคงดังเดิมหรือไม่ยามร่างกายโรยรา ผิวเหี่ยวย่น หัวเริ่มล้าน ใส่ฟันปลอม? หากความรักมาด้วยความบังเอิญแทนที่จะเป็นชะตากรรมจะยังเป็นรักแท้ได้หรือไม่? ความรักเป็นเรื่องเล่นๆ สรวลเสเฮฮาได้หรือไม่? ฯลฯ คำถามเหล่านี้เหมือนคำถามใกล้ตัวหรือประหนึ่งหญ้าปากคอกที่ถูกบดบังยามพูดถึงความจริงจังของความรัก ทั้งที่ดำรงอยู่จริง
หนังสือแห่งการหัวเราะและการลืมเลือน
หนังสือเล่มนี้คือนวนิยายในรูปลักษณ์ของการแปรทํานอง บทตอนต่างๆ ไล่เรียงกันและกัน ประดุจช่วงต่างๆ ของการเดินทางไกลไปสู่โลกภายในของทํานองหลัก โลกภายในของความคิด โลกภายในของสถานการณ์เฉพาะหนึ่งเดียว ซึ่งความเข้าใจได้ถอยห่างจากสายตาผมไปไกลแสนไกล
หนังสือนวนิยายที่เปี่ยมความคิดของมิลาน คุนเดอรา ถึงบ้านเกิดที่ไม่อาจกลับไป ถึงกรุงปราก ถึงเมืองปริศนา ถึงเกาะในความฝัน ไปจนถึงแดนไกลโพ้นจรดสหรัฐอเมริกา
บทตอนทั้งหลายที่ไล่เรียงกัน ผันทำนองประดุจดนตรี บรรเลงผ่านความทรงจำอบอวล ของมวลชนเต้นรำ ของภัยสยอง การลี้ภัย การเดินทางไกล ความทรงจำถึงพ่อ และสุ้มเสียงหัวเราะของปวงกวี
รวม 7 เรื่องราวในท่วงทำนองที่แตกต่าง ในห้วงยามลี้ภัยห่างไกลบ้านเกิด เกี่ยวกับความยอกย้อนของอุดมการณ์ความคิด เกี่ยวกับชีวิตและความทรงจำ เกี่ยวกับการหัวเราะและการลืมเลือน
หนังสือเล่มนี้คือนวนิยายเกี่ยวกับการหัวเราะและการลืมเลือน เกี่ยวกับการลืมเลือนและเกี่ยวกับกรุงปราก เกี่ยวกับกรุงปรากและเกี่ยวกับเทวทูต
อมตะ
หากมีใครสักคนในยุคนี้ที่บ้าพอจะเขียนนวนิยาย เขาต้องเขียนนวนิยายแบบที่ไม่มีทางเอาไปดัดแปลงได้ แบบที่ไม่มีทางเอาไปเล่าซ้ำได้ นวนิยายไม่ควรเหมือนการแข่งจักรยาน แต่ควรเหมือนอาหารชุดโอชะมื้อใหญ่ที่มีหลายจาน
นวนิยายโดยมิลาน คุนเดอรา ที่เล่าถึงนวนิยายโดยมิลาน คุนเดอรา ที่เล่าถึงนวนิยายซึ่งเล่าซ้ำให้ใครฟังไม่ได้ ก่อเกิดมาจากท่วงท่าหญิงชรา กลายมาเป็นตัวละครเอกหญิง เธอมีสามี น้องสาว ลูกสาว ผสมโรงเล่าโดยเหล่าบุคคลอมตะ เช่น เกอเธ่ เบโธเฟน เฮมิงเวย์ และตัวละครใหม่ที่จู่ๆ ก็เยี่ยมหน้าเข้ามา และจู่ๆ ก็หายไปโดยไร้ร่องรอย
เป็นทั้งบทสำรวจชีวิตในกับดัก ของการอยากถูกลืมเลือนหาย และการอยากถูกจดจำให้เป็นอมตะ เป็นทั้งบทสนทนาอันรื่นรมย์ของสองสหาย และยังเป็นบทนิยายกามารมณ์ที่เศร้าที่สุด
ปอปลาร์ โอ้ ปอปลาร์ ความเป็นอมตะคือมายาภาพที่น่าขัน คือคำพูดที่ว่างเปล่า คือตาข่ายดักผีเสื้อที่ไล่จับลม


